FBO คืออะไร? ทำไมถึงนิยมเป็นอย่างมากในสหรัฐอเมริกา?

คุณเคยได้ยินคำว่า FBO ไหมครับ?

ถ้ายัง เดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟังว่ามันคืออะไร

FBO เป็นเรื่องของ General Aviation ที่นิยมอย่างมากในอเมริกา ในขณะที่บ้านเราเองนั้นยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันซักเท่าไหร่ โดย FBO นั้น เป็นคำย่อมาจากคำว่า “Fixed Base Operator” พูดง่ายๆก็คือ งานบริการเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ณ สนามบิน ในบางกรณีอาจหมายถึง “ห้อง” หรือ “Lounge” ที่ใช้รับรองแขก VIP ใน Terminal ส่วนตัว หรืออาจจะรวมถึงอาคารสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ ที่ถูกใช้เพื่อบริการเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวก็ได้ การบริการในที่นี้ครอบคลุมในเรื่องของตัวเครื่องบินเอง, ผู้โดยสาร, รวมถึงลูกเรือด้วย

แล้วจะหา FBO ได้ที่ไหนละ?

ทันทีที่คุณเลือกใช้บริการเครื่องบินส่วนตัว คุณจะได้รับข้อมูลที่อยู่และรายละเอียดของสนามบินที่มีบริการ FBO โดยปกติแล้วสนามบินเล็กๆจะมี FBO เพียงเจ้าเดียว แต่ถ้าเป็นสนามบินใหญ่ๆก็อาจจะมี FBO ได้มากกว่าสองเจ้าก็ได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการจะใช้บริการในระดับไหน แต่โดยส่วนใหญ่ผู้ใช้บริการเครื่องบินส่วนตัวจะมี FBO เจ้าประจำของเขาอยู่แล้ว

แล้ว FBO คืออะไร? ให้บริการอะไร?

ทันทีที่คุณมาถึง FBO กัปตันของเที่ยวบินที่คุณจะบินนั้นจะมาทำการต้อนรับคุณ พร้อมๆกับพนักงานต้อนรับภาคพื้นดิน โดยปกติแล้วบริเวณห้องรับรองของ FBO นั้นจะมีที่นั่งให้คุณได้เลือกนั่งมากมายระหว่างรอ พร้อมๆกันผู้โดยสารคนอื่นๆ เอาเข้าจริงๆแล้วคุณแทบจะไม่ต้องรอนานเหมือนกับตอนที่คุณใช้บริการสายการบินพาณิชย์ปกติหรอก เพราะส่วนใหญ่คนที่จะมาใช้บริการเครื่องบินส่วนตัวนั้น ต้องการความรวดเร็วและคล่องตัว ดังนั้นการบริการของ FBO จึงเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก

FBO ส่วนใหญ่นั้นจะมีบริการ Free Wi-Fi, บริการเครื่องดื่ม และห้องน้ำ ถ้าจะให้จัดเต็มไปมากกว่านี้ ก็จะมีห้องรับรองที่หรูหรา, ห้องประชุม และห้องพักโรงแรมสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้เวลาอยู่ที่นั่นอีกพักใหญ่ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการบริการสำหรับลูกค้าที่เดินทางมาพร้อมกับทารกหรือเด็กเล็ก รวมถึงสัตว์เลี้ยงด้วย

แล้วจะต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัยหรือเปล่า?

คำตอบก็คือ แน่นอน ไม่ว่าขนาดของ FBO ที่คุณใช้บริการนั้นจะใหญ่ขนาดไหน คุณก็ยังคงต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ดี แต่ขั้นตอนการตรวจเช็คนั้นจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก ทั้งนี้รวมถึงการผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและระบบศุลกากรด้วย

แล้วคำว่า FBO นั้นมีที่มาอย่างไร?

คงต้องย้อนกลับไปเมื่อหลังปี 1920 ในสมัยที่วงการการบินในอเมริกานั้นยังไม่มีกฎเกณฑ์หรือระเบียบที่แน่ชัด ในช่วงหลังสงครามโลก ราคาของเครื่องบินนั้นถือได้ว่าไม่แพงมาก ถามว่าทำไมถึงไม่แพงนะเหรอ สาเหตุก็เป็นเพราะเครืองบินส่วนใหญ่นั้นเป็นเครื่องบินส่วนเกินที่ได้รับการปลดประจำการจากทางกองทัพ เหล่านักบินรับจ้างทั้งหลาย หรือพวก Barnstormer ก็ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้โดยทำการให้บริการข่นสงผู้โดยสารหรือแม้กระทั่งแสดงการบินผาดแผลงโชว์ให้กับชาวบ้านแถวๆนั้น พวก Barnstormer นั้นทำการบินกระจัดกระจายไปทุกทั่วพื้นที่ของอเมริกา แต่แทนที่จะทำการลงจอดที่สนามบิน พวกนี้กลับเลือกที่จะลงจอดที่พื้นที่ราบรอบๆบริเวณแหล่งเกษตรกรรม ส่วนค่าบริการนั้นแลกกับอะไรก็ได้ที่คนในพื้นที่นั้นจะจ่ายให้

จะว่าไปแล้วอาชีพที่กล่าวมานี้ มันก็คล้ายๆกับพวกมือปืนรับจ้างนั่นแหละ ซึ่งก็คือไม่มีความมั่นคงและแน่นอน ต้องย้ายไปย้ายมา ไม่มีที่พำนักที่แน่นอน

ดังนั้นในปี 1926 ทางอเมริกาจึงได้มีการกำหนดกฎและข้อบังคับในด้านของการบินพาณิชย์ขึ้นมา นั่นก็หมายความว่า เหล่านักบินทั้งหลายจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ รวมถึงการกำหนดมาตรฐานศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินและการฝึกฝนบุคลากรอีกด้วย ทีนี้พวกนักบินและช่างซ่อมจึงได้ทำการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจและกำหนดที่อยู่ที่แน่นอนและชัดเจนเป็นกิจจะลักษณะ จึงเป็นที่มาของคำว่า Fixed Base Operator นั่นเอง

แต่ในปัจจุบันนั้น คำว่า FBO นั้นสามารถใช้ได้กับผู้ประกอบกิจการในบริเวณสนามบินได้เช่นกัน โดยทั่วไปถ้าคุณต้องการนำเครื่องส่วนตัวลงในสนามบินที่ไม่ใช่ base ประจำของคุณ คุณก็ต้องติดต่อ FBO ณ สนามบินนั้นๆ เพื่อกำหนดนัดหมายว่าคุณจะทำการลงจอด

ทุกวันนี้การให้บริการเครื่องบินส่วนตัวนั้นมีความยุ่งยากมากขึ้น เนื่องจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น จึงเกิดกิจการ Third Party ขึ้นมาเพื่อให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ตัวผู้โดยสารเองและลูกเรือ บางแห่งมีการให้บริการ เติมน้ำมัน, หน่วยรักษาความปลอดภัย, โรงจอดเครื่องบิน, lounge, ลานจอดรถ และพนักงานบริการภาคพื้นดิน

หลังจากช่วงเศรษฐกิจตกต่ำในปี 2008 อุตสาหกรรมเครื่องบินส่วนตัวนั้นเปลี่ยนแปลงไปในหลายรูปแบบ หลายๆเจ้าได้มีการเปลี่ยนเจ้าของ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีเพียงไม่กี่เจ้า พอมาถึงตอนนี้การแข่งขันนั้นได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่มีใครยอมใคร ยกตัวอย่างพี่เบิ้มของวงการนี้ก็จะเป็น Signature Flight Support ที่มีทำเลที่ตั้งมากกว่า 100 แห่ง ทั่วโลก รองลงมาหน่อยก็จะเป็นทางด้านของ Landmark Aviation ที่ให้บริการ FBO มากกว่า 50 แห่ง

ถึงแม้จะเป็นเจ้าใหญ่ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าเสมอไป แต่ละเจ้าก็มีดีเป็นของตัวเอง บางที่ก็ดีกว่าในเรื่องของราคาน้ำมัน หรือบางที่ก็เน้นในเรื่องการรับรองแขกจำพวกบุคคลสำคัญต่างๆ

สนามบิน Teterboro ใน New York คือหนึ่งในสนามบินสำหรับเครื่องส่วนตัวที่มีผู้ใช้บริการและได้รับความนิยมมากที่สุดในอเมริกา มีการให้บริการ FBO ที่ล้ำสมัยมากถึง 5 เจ้า

สนามบิน Paris Le Bourget คือสนามบินที่มีจำนวน FBO มากที่สุดในโลก โดยมีมากถึง 8 เจ้า

ส่วนสนามบินอื่นๆทั่วโลกนั้นก็ได้มีขยับขยายและเริ่มกิจการ FBO เพื่อให้บริการผู้โดยสารเครื่องบินส่วนตัว

ในอนาคตอันใกล้นั้น เราอาจจะได้เห็นกิจการ FBO เริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการการบินในประเทศไทยก็เป็นได้ และถือได้ว่าเป็นช่องทางอีกรูปแบบหนึ่ง สำหรับคนที่สนใจงานด้านการบิน


บทความโดย Adam Twiddle
แปลและเรียบเรียงโดย เพิ่มพูน ปัญญาธร (ที่ปรึกษาเพจ Thai Aviation Careers )

Facebook Comments

Djentleman

พ่อลูกหนึ่งผู้คลั่งไคล้งานไม้ลายสีเข้มๆ และ Product แทบทุกอย่างของ Apple, ยานพาหนะหนึ่งเดียวในใจคือ Tesla, เครื่องใช้ไฟฟ้าและ Gadget ใช้อะไรก็ได้ที่เป็นของ Xiaomi และ Dyson, หายใจเข้าออกเป็นกลองไฟฟ้า / กีตาร์ 7 สาย / Digital Marketing และหลงใหลการสร้างเว็บด้วย Wordpress (แต่ยังค้างงานคนอื่นอยู่หลายเว็บ) เวลาว่างชอบไล่เก็บรูปแบบบ้านสวยๆ