“MRO” ตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลกว่า $50,000 ล้านของวงการการบิน

MRO คืออะไร?

MRO เป็นคำย่อมาจาก “Maintenance, Repair and Overhaul” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเรื่องของการบำรุงรักษาและพัฒนาฝูงบินของสายการบินต่างๆในโลก จะว่าไปแล้ว MRO ก็เป็นคำกล่าวโดยรวม ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอากาศยาน และการสมควรเดินอากาศ (Aircraft Safety and Airworthiness)

Boeing 777 light maintenance at CDG Air France KLM E&M

ทราบหรือไม่ว่า ตลาด MRO ในทั่วทุกมุมโลก ทุกวันนี้นั้นมีมูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยถ้าจะนับเป็นส่วนแบ่งการตลาดก็จะคิดเป็นฝั่งอเมริกาเหนือ 35% ฝั่งยุโรปตะวันตก 22% และฝั่งเอเชียแปซิฟิก 17% แน่นอนผู้ให้บริการ MRO ดังๆที่ติด 10 อันดับแรกของโลกนั้น มีสำนักงานใหญ่อยู่ในภูมิภาคดังกล่าว

MRO ให้บริการอะไรบ้าง?

โดยปกติแล้ว ผู้ให้บริการ MRO ขนาดใหญ่นั้น จะมีขีดความสามารถในการให้บริการ (Capability) อยู่ 3 อย่างหลักๆ คือ โครงสร้างเครื่องบิน (Airframe), เครื่องยนต์ (Engine) และชิ้นส่วนปลีกย่อยต่างๆ (Component) โดยส่วนของเครื่องยนต์นั้น มีสัดส่วนการตลาดทั่วโลกมากถึง 35% ตามมาด้วยชิ้นส่วนปลีกย่อยต่างๆ คิดเป็น 22% และสุดท้าย โครงสร้างเครื่องบิน คิดเป็น 13% ในที่นี้ การบริการตรวจทางเทคนิค และซ่อมบำรุงอากาศยานขั้นลานจอด (Line Maintenance) คิดเป็นสัดส่วน 1ใน 5 ของตลาดทั่วโลกเท่านั้น โดยลูกค้าของ MRO ส่วนใหญ่จะเป็นสายการบินพาณิชย์ซะมากกว่า น้อยครั้งที่จะเห็นเครื่องบินของทางกองทัพมาใช้บริการ จะว่าไปแล้วในส่วนของค่า Maintenance Cost นั้น คิดเป็น 10% โดยประมาณ เมื่อเทียบกับ Cost ทั้งหมดที่ทางสายการบินมี

Horizon Air outsources Bombardier Q400 heavy maintenance to Empire Aerospace . Credit: Empire Aerospace

ผู้ให้บริการ MRO แบ่งเป็นกี่ประเภท?

ผู้ให้บริการ MRO นั้นแบ่งได้เป็น 4 ประเภท

  1. In-House เป็นหน่วยงานซ่อมบำรุงเป็นของตัวสายการบินเอง โดยจะครอบคลุมทั้งเรื่องของวิศวกรรม และซ่อมบำรุง โดยเครื่องบินในแต่ละรุ่นนั้น ก็จะมีช่างประจำเป็นของตัวเอง สายการบินใหญ่ๆ อย่างเช่น Qantas Airways นั้นมี MRO เป็นของตัวเอง ซึ่งมี Capability ในครอบคลุมในเรื่องของ Component Maintenance, Engine Support and Overhaul อีกทั้งยังมีในด้านของ Line and Minor Maintenance, ระบบการจัดส่งชิ้นส่วนและวัสดุ และมีศูนย์ฝึกบุคคลากรอีกด้วย
  2. Independent Third Party โดยทั่วไปจะเป็นบริษัทที่ให้บริการ MRO เดี่ยวๆ ที่มีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการ MRO จากทาง FAA, EASA หรือ CASA โดยแต่ละเจ้านั้นจะมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันไป บางที่เชี่ยวชาญด้าน Engine บางที่เชี่ยวชาญด้าน Component ยกตัวอย่างเช่น Singapore Technologies Engineer Ltd.
  3. Airline Third Party นั้นจะคล้ายๆกับ In-House คือเป็นของตัวสายการบินเอง แต่ในส่วนนี้จะมีการให้บริการแก่สายการบินลูกค้าด้วย เนื่องจากในบางกรณี สายการบินลูกค้านั้นไม่ได้มีฐานการซ่อมบำรุงของตัวเองอยู่ในบริเวณนั้น Airline Third Party อย่าง Iberia Maintenance นั้นให้บริการที่ครอบคลุมทั้งในด้าน Airframe, Line Engine, Component, Overhaul, Engine, Maintenance และ Modification Services
  4. Original Equipment Manufacturer (OEM) พูดง่ายๆก็คือ ผู้ผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ของแท้นั่นเอง อย่างที่หลายๆท่านทราบกันอยู่ว่า บริษัทผลิตเครื่องบินพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็น Boeing หรือ Airbus ล้วนต้องสั่งชิ้นส่วนจาก OEM หลายๆเจ้า ไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์, ระบบอิเล็กทรอนิกส์, ระบบล้อลงจอด หรือแม้กระทั่งหน้าต่างห้องนักบิน หลังจากที่ได้ชิ้นส่วนครบแล้ว บริษัทผลิตเครื่องบินดังกล่าวก็จะทำการประกอบชิ้นส่วนเหล่านี้ให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เราเห็นๆกัน ย้อนกลับมาที่บทบาทของ OEM ในเรื่องของ MRO นั่นก็คือ การส่งอะไหล่ซ่อมกับผู้ผลิตนั่นเอง ฉะนั้นคุณจึงสามารถมั่นใจได้เลยว่าจะได้อะไหล่ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียนเอง การส่งชิ้นส่วนหรืออะไหล่ซ่อมกับ OEM นั้นจะเน้นไปในเรื่องของสินค้าที่อยู่ในช่วงประกัน (Warranty) เพราะจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องการซ่อม แต่ถ้าประกันหมดละก็ การซ่อมกับ OEM เป็นอะไรที่สิ้นเปลืองมาก บางเจ้านั้นใช้เวลานานมาก กว่าจะซ่อมเสร็จและส่งกลับมา ตัวอย่างสำหรับ OEM เจ้าใหญ่ๆ ก็อย่างเช่น Honeywell Aerospace ที่ผลิตระบบอิเล็กทรอนิกส์, เครื่องยนต์ และระบบอื่นๆอีกมากมาย

ในอดีตนั้น เวลาจะซ่อมเครื่องบินแต่ละที ก็จะซ่อมในรูปแบบ In-House ซะส่วนใหญ่ แต่ในปัจจุบันนั้น สายการบินส่วนใหญ่นั้นจะใช้บริการ Third Party มากกว่า ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในบางส่วน และประหยัดช่วงเวลาในการซ่อม (Turn Around Time) นับตั้งแต่วันที่ส่งซ่อมจนถึงวันที่ได้อะไหล่ชิ้นนั้นๆคืน แต่ชิ้นส่วนที่มีมูลค่ามหาศาลอย่างเช่น เครื่องยนต์นั้น สายการบินส่วนใหญ่ยังคงให้ OEM เป็นผู้ดูแล

จริงๆแล้วเนื้อหาของ MRO นั้นมีมากมาย และละเอียดซับซ้อนมาก Thai Aviation Careers ขอนำเสนอเรื่องราวโดยคร่าวๆเพื่อให้ผู้อ่านได้พอเข้าใจและได้ไอเดียเกี่ยวกับตลาด MRO ในยุคปัจจุบัน โดยธุรกิจในด้านนี้ หากมีการบริหารงานที่ดี ก็จะสามารถเป็นช่องทางประกอบอาชีพที่ทำกำไรได้ดีงามเลยไม่แพ้สายการบินเลยทีเดียว 

ข้อมูลจาก CAPA Centre for Aviation
แปลและเรียบเรียงโดย เพิ่มพูน ปัญญาธร (ที่ปรึกษา Thai Aviation Careers)

Facebook Comments

Djentleman

พ่อลูกหนึ่งผู้คลั่งไคล้งานไม้ลายสีเข้มๆ และ Product แทบทุกอย่างของ Apple, ยานพาหนะหนึ่งเดียวในใจคือ Tesla, เครื่องใช้ไฟฟ้าและ Gadget ใช้อะไรก็ได้ที่เป็นของ Xiaomi และ Dyson, หายใจเข้าออกเป็นกลองไฟฟ้า / กีตาร์ 7 สาย / Digital Marketing และหลงใหลการสร้างเว็บด้วย Wordpress (แต่ยังค้างงานคนอื่นอยู่หลายเว็บ) เวลาว่างชอบไล่เก็บรูปแบบบ้านสวยๆ